ดวงเนตร♥   (4526 views)

What is ดวงเนตร♥ doing now?

♥ TABOTABOTABOTABOTABO` :))
5 days ago  ·  Comment »

Age

19

Location

ระนอง 2, Thailand

Birthday

October 30

Looking To

Just look around
 
Advertisement

Info

http://dummiiez-dokz.hi5.com - Send it to your friends

Age

19

Birthday

October 30

Location

ระนอง 2, Thailand

Looking To

Just look around

 

About Me



 ดวงเนตร.

Interests


spouse





 พี่นก & น้องเนตร :)




 minna no tabo :)



CommentLover.Com CommentLover.Com CommentLover.Com CommentLover.Com CommentLover.Com CommentLover.Com CommentLover.Com





Special Friendz :)



Favorite Music







ตรวจซะทีค่ะ!!



ส่งงาน IT บทที่ 3-8 รวดค่ะ!

นางสาวหัทยา อนงค์นาฏวารี
52122760234 ห้อง E2 :)



 
บทที่ 3

1) IT 2010 ได้เน้นการพัฒนาในด้านใดบ้าง และมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศอย่างไร

ตอบ เน้นการพัฒนาใน 5 สาขาด้วยกัน คือ
1.1 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ
1.2 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคอุตสาหกรรม
1.3 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการพาณิชย์
1.4 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านการศึกษา
1.5 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคอุตสาหกรรมรวมไปถึง
การเสริมสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ
และมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก เพราะมีการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกอย่าง 
ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษาหรือแม้แต่ทางด้านสังคม

2) จงอธิบายความหมายของการสื่อสาร 
และการสื่อสารมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไร

ตอบ การสื่อสารเป็นการติดต่อระหว่างมนุษย์โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอหรือแลก
เปลี่ยนข่าวสาร ข้อมูล ความต้องการ ความรู้สึกนึกคิดตลอดจนความคิดเห็นให้รับรู้เรื่องราวร่วมกัน
และเกิดการตอบสนองระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร โดยอาศัยสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร
ความสัมพันธ์ของการสื่อสารกับสารสนเทศ มีดังนี้
1.สารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับการสื่อสารในด้านที่เป็นตัวสาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มนุษย์ใช้กัน
2.สารสนเทศ จะเกี่ยวข้องในแง่ของผลการสื่อสาร เพราะเมื่อมนุษย์รับสารแล้วจะมีกระบวนการ
ตีความสารนั้นตามความคิด ทัศนคติ ประสบการณ์ ความเชื่อของตนเอง 
ซึ่งเท่ากับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของสารนั้น

3) องค์ประกอบพื้นฐานในการสื่อสารข้อมูลทางเทคโนโลยีสารสนเทศมีอะไรบ้าง จงอธิบาย

ตอบ
1. ผู้ส่งหรืออุปกรณ์ข้อมูล เป็นต้นทางของการสื่อสารข้อมูล 
มีหน้าที่เตรียมสร้างข้อมูล ซึ่งข้อมูลจะอยู่ในรูปแบบที่สามารถส่งข้อมูลนั้นได้ก่อน
2. ผู้รับหรืออุปกรณ์รับข้อมูล เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูล 
เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อไป เช่น เครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ จานไมโครเวฟ ฯลฯ
3. โปรโตคอล หมายถึงวิธีการหรือกฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับ 
ผู้ส่งสารสามารถเข้าใจกัน หรือคุยกันรู้เรื่อง ได้แก่ TCP/IP, SDLC เป็นต้น
4. ซอฟต์แวร์ เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับควบคุมการรับส่งข้อมูล รวมถึงการตรวจสอบ 
ได้แก่ Window, Unix เป็นต้น
5. ข่าวสาร ตัวอย่างของข่าวสาร มีดังนี้คือ
5.1 อยู่ในรูปของเสียง อาจเป็นเสียงของมนุษย์ หรือเสียงที่สร้างขึ้นมาจาก
 อุปกรณ์บางอย่าง การส่งข้อมูลจะต้องส่งด้วยความเร็วต่ำ
5.2 อยู่ในรูปของข้อมูล เป็นข่าวสารที่ถูกสร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ 
มีรูปแบบที่แน่นอน คาดการณ์จำนวนได้ การส่งข้อมูลจะส่งด้วยความเร็วสูง
5.3 อยู่ในรูปของข้อความ ข่าวสารแบบนี้ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน 
ส่วนใหญ่เป็นรูปอักขระ หรือเอกสาร การส่งข้อมูลจะส่งด้วยความเร็วปานกลาง
5.4 อยู่ในรูปของรูปภาพ อยู่ในรูปแบบของกราฟฟิกแบบต่างๆ 
เช่น รูปภาพ ภาพวีดิโอ ใช้ปริมาณหรือหน่วยความจำมาก ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง
5.5 สื่อกลางหรือตัวกลางในการนำส่งข้อมูล สื่อกลางเป็นเส้นทางการสื่อสาร
เพื่อนำข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง สื่อกลางดังกล่าวได้แก่ เส้นลวด 
สายไฟเบอร์ออฟติก คลื่นไมโครเวฟ ดาวเทียมหรือคลื่นวิทยุ เป็นต้น

4) จงอธิบายช่องทางการส่งข้อมูลสารสนเทศอย่างละเอียด

ตอบ ช่องทางการส่งข้อมูลสารสนเทศมีอยู่ 3 ประเภท คือ
1 แบบซิมเพล็กซ์ เป็นกานติดต่อทางเดียว 
เมื่ออุปกรณ์หนึ่งส่งข้อมูล อุปกรณ์อีกชุดจะต้องเป็นฝ่ายรับข้อมูลเสมอ
2 แบบฮาฟดูเพล็กซ์ เป็นการเปลี่ยนเส้นทางในการส่งข้อมูลได้ แต่คนละเวลา
3 แบบฟลูดูเพล็กซ์ เป็นการติดต่อสองทาง 
เป็นทั้งผู้รับข้อมูลและผู้ส่งข้อมูลในเวลาเดียวกันได้ เช่น การพูดคุยทางโทรศัพท์

5) สารสนเทศในระบบอินเทอร์เน็ตมีลักษณะเช่นไร

ตอบ อินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีที่มีรากฐานมาจากระบบของผู้ให้บริการ 
และผู้ใช้บริการ ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานในส่วนของตนเองผ่านโปรแกรมของผู้ใช้ เช่น เว็บบราวเซอร์

6) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีการเรียนการสอนในรูปแบบใดบ้าง จงอธิบาย

ตอบ แบบ e-Learning เป็นการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ 
มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งผู้เรียนสารมารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง 
หรือเรียนร่วมประสมไปกับการเรียนในระบบชั้นเรียน

7) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีการใช้ระบบเว็บแอปพลิเคชั่น(Web Application)อย่างไร

ตอบ ระบบ e-Learning เป็นการเรียนการสอนโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาประยุกต์ใช้ ให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตัวเอง และ ระบบ Video on Demand

8) การถ่ายทอดสารสนเทศเกิดขึ้นได้อย่างไร 
และมีการไหลเวียนสารสนเทศในระบบสังคมอย่างไร

ตอบ สารสนเทศ จะเริ่มถ่ายทอดจากผู้ส่งสาร หรือแหล่งผลิตสารสนเทศไปยังผู้รับสารสนเทศ
ผ่านทางช่องทางต่างๆ เมื่อผู้รับสารสนเทศนั้นได้รับข้อมูลสารสนเทศแล้วจะทำการถอดรหัสตีความ
ส่วนการไหลเวียนสารสนเทศในระบบสังคม แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ
8.1 การไหลเวียนสารสนเทศในระดับมหภาค เรียกว่า สังคมโลกาภิวัตน์ 
ทำให้การสื่อสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีเขตแดน
8.2 การไหลเวียนสารสนเทศในระดับจุลภาค (Micro Information Flow) 
เป็นการไหลเวียนสารสนเทศภายในองค์กรหรือภายในหน่วยสังคมย่อยๆ 
จะมีการเคลื่อนที่ไปในลักษณะวงจร

9) ในปัจจุบันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงการนำเสนอข่าวสารอย่างไร 
และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาการศึกษาอย่างไรบ้าง

ตอบ การนำเสนอข่าวสารในปัจจุบันนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้น 
สามารถให้ข้อมูลแก่ประชาชนนับล้านได้ในเวลาเดียวกัน
 ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้น ได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาการศึกษามากมายต่างๆ
เช่น e-Learning คือการศึกษา เรียนรู้ด้วยตัวเองโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้
และการสร้างเวปเพจของมหาวิทยาลัย เพื่อใช้ในการแจ้งข่าวสารแก่นักศึกษา
ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไปได้รับทราบข่าวสารได้โดยง่าย

10) จงอธิบายความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารว่ามีอะไรบ้าง 
และปัจจุบันประเทศไทยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

ตอบ
10.1 โทรศัพท์ เป็นระบบการสื่อสารระหว่างบุคคล ที่ได้รับความนิยมในใช้ปัจจุบัน
10.2 โทรสาร
10.3 บริการสื่อสารผ่านดาวเทียม
10.4 ระบบไปรษณีย์เสียง
10.5 การประชุมทางไกล
10.6 เทเลเท็กซ์
10.7 วีดิโอเท็กซ์
10.8 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ซึ่ง ปัจจุบันปะเทศไทยได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ต่างๆได้มากมาย 
เช่น การส่งข้อมูลข่าวสารนั้น สามารถส่งได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
อีกทั้ง ความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารก็น่าเชื่อถือได้มาก และยังสามารถ
นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาการด้านต่างๆ 
เช่น ด้านสังคม ด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ ฯลฯ



บทที่4 
1.จงสรุปสถานการณ์สื่อสารเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมาพอสังเขป

ตอบ การเพิ่มขึ้นของจำนวนใช้อินเตอร์เน็ตแล้ว พัฒนาการของเทคโนโลยี
การแพร่กระจายสัญญาณไอพีไปสู่ผู้ชมจำนวนมาก ซึ่งสามารถส่งข้อมูลขนาดใหญ่
ในลักษณะเดียวกันกับการแพร่ภาพกระจายเสียงจะทำ ให้ขอบเขตระหว่างบริการสารสนเทศ
และการแพร่ภาพกระจายเสียงทำให้ขอบเขตระหว่าง 
บริการสารสนเทศและการแพร่ภาพกระจายเสียงเลือนลางลงไป

2.จงบอกความหมายของข้อมูลดิจิทัลเงา (Digital Shadow)

ตอบ ข้อมูลดิจิทัลเงา หมายถึงข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ใช้ทั่วไป
ที่สร้างขึ้นในแต่ละวัน มีปริมาณมากกว่าข้อมูลดิจิทัลที่ผู้ใช้สร้างขึ้นด้วยตนเอง

3.จงบอกความหมายของเมลขยะ (Junk Mail)

ตอบ เมลขยะ หมายถึง จดหมายที่ส่งมาให้กับผู้รับจำนวนมาก 
โดยผู้รับอาจไม่ต้องการรับก็ได้ ในปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีการส่งเมล์ขยะกันมาก
ในรูปแบบของการสแปมเมล์ บนระบบอินเตอร์เน็ต

4.จงบอกความหมายและรูปแบบของการหลอมรวมสื่อ (Media Convergence)

ตอบ การหลอมรวมสื่อเกิดขึ้นใน 4 ระดับ
1.การ หลอมรวมของบริการพัฒนาการทางเทคโนโลยีทำให้ขอบเขตของบริการโทรคมนาคม 
การแพร่ภาพกระจายเสียงและอินเตอร์เน็ตไม่สามารถแบ่งแยกได้ชัดเจนอีกต่อไป
2.การ หลอมรวมของช่องทางการสื่อสารข้อมูล การหลอมรวมของเส้นทางการสื่อสารข้อมูล 
หรือการหลอมรวมของโครงข่าย หมายถึง การที่สัญญาณต่างๆทั้งหมด
ในรูปดิจิตัลใช้เส้นทางการสื่อสารข้อมูลบนโครงข่าย เดียวกัน
3.การหลอมรวมของอุปกรณ์ปลายทาง คือ การที่อุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้
สามารถใช้กับบริการสื่อสารโทรคมนาคม บริการสารสนเทศและบริการแพร่ภาพกระจายเสียงได้
4.การหลอมรวมของผู้ให้บริการ หมายถึง การที่ผู้ประกอบการการรายเดียว
ให้บริการทั้งในสาขาโทรคมนาคมแพร่กระจายเสียงและบริการสานสนเทศ

5.จงอธิบายสถานการณ์ที่เป็นไปของการหลอมรวมสื่อมาโดยสังเขป

ตอบ (ภาพสถานการณ์) บริการแบบเคลื่อนที่ (ภาพสถานการณ์ที่เป็นไปของการหลอมรวมสื่อ)
การเปลี่ยนแนวทางการทำงานและการใช้ชีวิตทำให้เกิดความต้องการบริการแบบ
เคลื่อนที่ อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถพกติดตัวไปมาในที่ต่างๆได้
จะเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายอื่นๆ

6.ปรากฎการณ์การสื่อสารข้อมูลผ่านทางเครือข่ายก่อให้เกิดรูปแบบใหม่ทางด้านการ
โฆษณาและการประชาสัมพันธ์อย่างไรจงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ มีรูปแบบการนำเสนอให้กับผู้รับสารในวงกว้างมากขึ้น
ในลักษณะรูปแบบออนไลน์หรือการนำ เสนอข่าวสารข้อมูลบนเว็บไซต์เฉพาะหน่วยงานมากขึ้น
 ซึ่งผู้รับสารที่ต้องการข้อมูลหรือข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 
ก็สามารถเข้าไปสืบค้นที่เว็บไซน์นั้นๆได้ ตลอดจนก่อให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่
ที่ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บ ไซต์ วิธีการส่งสารให้กับผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง
จากการใช้กระดาษส่งโทรสารมา เป็นการส่งข่าวสารทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น www.ryt9.com

7.จงอธิบายรูปแบบใหม่ของสื่อวิทยุและวิทยุโทรทัศน์พร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ สื่อที่สามารถถ่ายทอดสดรายการต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 
ทำให้ผู้รับสารที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่งสามารถรับชมรายการไปพร้อมๆกันได้ 
เช่น www.efm.fm / www.atimemedia.com มีการถ่ายทอด 
การจัดรายการวิทยุกระจายเสียง จากอาคาร Gmm. หรือ Siam canter ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

8.จงอธิบายสภาพการณ์ที่เกิดใหม่หลังยุคบล็อก (Blog)
หรือเว็บบล็อกบูมขึ้นมาทั้งในประเทศไทยและต่างแดนมาพอสังเขปพร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ เว็บบล็อก คือหนังสือพิมพ์ออนไลน์และเว็บบล็อกกลายเป็น
สิ่งที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันใน สภาพแวดล้อมเดียวกัน เช่น www.norsorpor.com เป็นต้น

9.จงยกตัวอย่างเว็บท่า (Portal Web) ศูนย์ข้อมูล และเว็บบล็อก (Blog) มาอย่างละ 2 ตัวอย่าง

ตอบ เว็บท่า(Portal Web)เช่น www.sanook.com www.yenta4.com
เว็บบล็อก (Blog) เช่น www.exteen.com
www.bloggang.com

10. จงยกตัวอย่างเว็บที่ทำ Mash-up มา 2 ตัวอย่าง

ตอบ http://www.mapjack.com/
http://www.rssthai.com/



บทที่5
 1.จงบอกความหมายของอินเทอร์เน็ต

หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งประกอบขึ้นจากเครือข่ายขนาดย่อมหลายเครือข่าย
ที่เชื่อมโยงกันถึงทั่วโลกเสมือนใยแมงมุม โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารถึงกัน
ได้ตลอดเวลาโดยใช้ มาตรฐานในการรับส่งข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือเรียกว่า 
โพรโทคอล (Protocal) ซึ่งโพรโทคอลที่ใช้บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีชื่อเรียกว่า 
ทีซีพี/ไอพี (Transmission Control Protocol or TCP or Internet Protocol or IP)

2.จงอธิบายคำว่า ISP

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ย่อมาจากคำว่า Internet Service Provider 
เป็นหน่วยงานที่บริการให้เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ของบริษัทเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ในปัจจุบันประเทศไทยมี ISP อยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ 
หน่วยงานราชการหรือสถาบันการศึกษามักจะให้บริการฟรีสำหรับสมาชิกในองค์กร เท่านั้น กับ 
บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ทั่วไป ผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะต้อง
สมัครเข้าเป็นสมาชิกของผู้ให้ บริการอินเทอร์เน็ตรายนั้นๆ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ
ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ISP เป็นเสมือนตัวแทนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ

3.จงยกตัวอย่างโปรแกรมเว็บบราวเซอร์มา 2 โปรแกรม

1.โปรแกรม Internet Explorer
2.โปรแกรม Mosaic

4.โปรแกรมประยุกต์อะไรบ้างที่ใช้สำหรับอีเมล์

1.โปรแกรม Microsoft Outlook
2.โปรแกรม Outlook Express

5.จงบอกรูปแบบของการสนทนาออนไลน์ (Chat)

รูปแบบของการสนทนาออนไลน์ แบ่งได้ 2 รูปแบบดังนี้
1.เว็บ สนทนา (Web Chat) - เป็นการเข้าไปคุยกันในเว็บที่จัดให้บริการ 
เป็นการคุยตอบโต้ระหว่างกันผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางที่มักจะทำงานในระบบ IRC (Internet Relay Chat) 
โดยใช้บราวเซอร์ ไม่ต้องมีโปรแกรมรันอยู่บนเครื่องของผู้เล่น
 เช่น www.pantip.com, www.hunsa.com, www.sanook.com เป็นต้น
2.โปรแกรมสนทนาผ่านอิน เทอร์เน็ต (Instant Messaging or IM) - เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ 
Chat โดยเฉพาะ เป็นการอำนวยความสะดวกในการคุยโดยตรงระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแต่ละคน 
โดยไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง เช่น โปรแกรม ICQ, MSN Messenger เป็นต้น

6.กระดานข่าวหรือเว็บบอร์ดมีกี่ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง

ประเภทของเว็บบอร์ด แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.เว็บบอร์ ดที่เปิดให้คนทั่วไปร่วมแสดงความคิดเห็นได้ - เป็นเว็บบอร์ดเปิดกว้างสำหรับทุกความคิดเห็นของทุกคน
ใครก็สามารถเข้ามาตั้งกระทู้ ตอบกระทู้ และโพสข้อความแสดงความคิดเห็นได้ บางเว็บไซต์จะมีการรับสมัครสมาชิก
เพื่อรับสิทธิพิเศษ เช่น สามารถทำลิงค์และโพสรูปได้
2.เว็บบอร์ดข่าวเด็ด ประเด็นร้อน - เว็บบอร์ดนี้จะมีกระทู้ซึ่งทางเว็บไซต์นั้นๆจะเป็นผู้ตั้ง 
เพื่อเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็นในหัวข้อข่าว หรือประเด็นต่างๆ
3.เว็บบอร์ดที่เปิดให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น - ต้องเป็นสมาชิกจึงจะ Log in เข้าไปโพสข้อความได้ 
ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บบอร์ดของคณะ ชมรม บริษัท หรือกลุ่มต่างๆ

7.จงอธิบายประโยชน์และข้อเสียของเว็บบอร์ด

ประโยชน์ - เป็นศูนย์กลางในการแสดงความคิดเห็น ถามตอบ สอบถามปัญหาที่สงสัยอย่างเสรี 
เป็นเวทีระดมความรู้ ความคิดเห็น และแจ้งประกาศสาระประโยชน์ต่างๆ
ข้อ เสีย - สามารถใช้เป็นเครื่องมือของผู้ไม่ประสงค์ดีได้ โดยการโพสข้อความที่ว่าร้ายใส่ร้ายผู้อื่น 
ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย โพสข้อความและรูปลามก อนาจาร หรือข้อความที่ยุยงส่งเสริมให้
เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น สามารถใช้เป็นช่องทางหากินของมิจฉาชีพได้ 
เป็นที่ระบายอารมณ์จนเกินขอบเขต กลายเป็นเรื่องไร้สาระ และผู้ส่งข้อความไม่แสดงความรับผิดชอบ
ต่อข้อความนั้น อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้ผู้ใช้บางรายหมกมุ่นกับเว็บบอร์ดมาก
จนเกิดความจำเป็น ส่งผลเสียในด้านการเรียน

8.จงอธิบายลักษณะของเว็บเครือข่ายสังคม

เว็บ เครือข่ายสังคม (Social Network Site) คือ บริการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นจุดโยงระหว่างบุคคล
แต่ละคนที่มีเครือข่ายสังคมของ ตัวเองผ่านเน็ตเวิร์คอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดความร่วมมือกัน 
การแบ่งปัน การแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความบันเทิง เป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยเล็กๆ
 ที่เชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ สามารถพูดคุย นำเสนอ 
บอกเล่าเรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจผ่าน Social Network ได้

9.จงบอกความหมายของบล็อก (Blog)

บล็อก มาจากศัพท์คำว่า WeBlog คือการบันทึกส่วนตัวออนไลน์หรือบทความส่วนบุคคล (Personal Journal)
 ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของบล็อกจะหลากหลาย ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัว (Diary) 
หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจ ผู้เขียนสามารถเขียนบทความได้โดย
ไม่ต้องผ่านการแก้ไขจากบรรณาธิการเหมือนกับ สื่อสิ่งพิมพ์ 
ผู้อ่านสามารถโพสโต้ตอบแสดงความคิดเห็นกับผู้เขียนบล็อกได้

10.ควรเลือกพื้นที่สร้างโฮมเพจอย่างไร

1.ขนาดเนื้อที่บนฮาร์ดดิสก์ของเว็บไซต์ควรมีขนาด 10 MB ขึ้นไป 
ยิ่งมากก็ยิ่งทำให้สามารถใส่รายละเอียดบนโฮมเพจได้มาก
2.เงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาในการอัพเดทข้อมูล 
3.อนุญาตให้มีการซื้อขายหรือสั่งสินค้าหรือไม่ หากอนุญาต
มีการเก็บค่าบริการหรือไม่ และมีเครื่องมือช่วยในเรื่องนี้แค่ไหนอย่างไร
4.ชื่อเว็บสั้น ง่ายต่อการจดจำ จึงควรเลือกชื่อที่สั้นที่สุดเท่าที่เว็บไซต์สามารถให้บริการได้
5.กลุ่ม ผู้ชมกับเซิร์ฟเวอร์ควรอยู่ใกล้กัน ถ้าจะให้คนไทยดูเป็นหลัก 
เซิร์ฟเวอร์ก็ควรอยู่ประเทศไทย เพราะข้อมูลจะวิ่งไปถึงผู้ชมในระยะทางที่สั้นและเร็วกว่า
6.ความมั่นคง ของเว็บไซต์ที่ให้ฟรีโฮมเพจนั้นๆ สังเกตได้จากโฆษณาแบนเนอร์ (Banner)
 ที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้น จำนวนผู้ที่เป็นสมาชิกยิ่งมากก็ยิ่งทำให้มีโฆษณามาก 
รายได้ของเว็บไซต์ที่ให้บริการฟรีโฮมเพจก็มากตามไปด้วย

 

Favorite Movies




บทที่6
1.จงอธิบายความหมายคำว่า Blogger

หมาย ถึง ผู้ที่ใช้บล็อกหรือคนเขียนบทความลงบนบล็อกนั้นๆ โดยนำเสนอสิ่งต่างๆ
ที่เกี่ยวกับข้อมูลของตน หรือ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร จากเว็บบล็อคนั้นๆ

2.จงอธิบายความหมายคำว่า Blog Posts หรือ Entries

คือ บทความหรือบันทึกส่วนตัวบนบล็อกที่เขียนขึ้น ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปอ่านและศึกษาได้

3.จงยกตัวอย่างประเภทของบล็อกมา 3 ประเภท

- ประเภทการเมือง (Political) เนื้อหาของบล็อกนำเสนอข่าวสาร เรื่องราวทางการเมือง
 การปกครอง เศรษฐกิจ กลุ่มผู้ใช้บล็อคประเภทนี้มักเป็นนักวิชาการ เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็น
 อภิปรายโต้แย้งกัน ซึ่งบางบล็อคจะมีลิงค์บทความจากหน้าเว็บไซต์ข่าว 
เช่น Political Blogs, Warblog เป็นต้น
- ประเภทวิทยาศาสตร์ (Science) เป็นพื้นที่แสดงบทความวิจัย ผลงานการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ 
ถ่ายทอดความรู้การค้นคว้าเพื่อเผยแพร่สู่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และสาธารณชน
- ประเภทเทคโนโลยี (Technology) เนื้อหาของบล็อกจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ
 คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และสินค้าเทคโนโลยีต่างๆ อย่างเช่น MoBlog 
ซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์มือถือ

4.บันทึกออนไลน์ต่างจากบล็อกประเภทอื่นอย่างไร

บล็อก ทั่วไปจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับด้านต่างๆเช่น ธุรกิจ การเมือง วิทยาศาสตร์ ฯลฯ 
มักจะใช้ภาษาทางการหรือกึ่งทางการ แต่บล็อกประเภทบันทึกออนไลน์
รูปแบบของเนื้อหาจะเป็นบันทึกส่วนตัวของผู้ เขียนบล็อก 
ลักษณะการเขียนบล็อกบันทึกออนไลน์จะมีการใช้ภาษาที่ค่อนข้างจะเป็นภาษาพูด

5.ส่วนประกอบของบล็อกประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง

- ชื่อบล็อก (Blog Title) ซึ่งจะกำหนดเป็นชื่อของเจ้าของบล็อกหรือนามปากกาก็ได้
- วันที่และเวลา (Date & Time Stamp) วันที่และเวลาที่โพสบทความหรือบันทึกส่วนตัวนั้นๆ
- ชื่อบทความหรือบันทึก (Entry Title) ชื่อเรื่องของบทความหรือบันทึกที่เขียนลงในบล็อก
- เนื้อหาบทความ (Entry’s Main Body) ประกอบด้วยตัวอักษร รูปภาพ วีดีโอ หรือ ภาพเคลื่อนไหว
- ความคิดเห็น (Comment Tag) เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียน 
ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองที่มีต่อบทความหรือบล็อกนั้นๆ
- ปฏิทิน (Calendar) บล็อกบางแห่งอาจมีปฏิทินอยู่ด้วย โดยในปฏิทินนั้น
สามารถคลิกตามวันที่เพื่ออ่านบทความแต่ละวันได้สะดวก
- บทความหรือบันทึกย้อนหลัง (Archives) บทความหรือบันทึกส่วนตัวเก่า
อาจมีการจัดเตรียมไว้โดยเจ้าของบล็อก โดยบล็อกแต่ละแห่งอาจ
จัดเรียงบทความหรือบันทึกย้อนหลังไม่เหมือนกัน เช่น จัดเรียงเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ เป็นต้น

6.จงสรุปหลักการสร้างบล็อก

- เลือกเรื่องที่จะเขียน ควรเลือกเรื่องที่ตนเองชอบและถนัดที่สุด 
ซึ่งจะทำให้ผู้เขียนรู้สึกสนุกที่จะเขียน และผู้อ่านจะรู้สึกเชื่อถืออยากติดตามงานเขียน
- เขียนบทความที่มีอายุการใช้งานนานๆ บทความบางเรื่องมีอายุการใช้งานสั้นมาก
เช่น บทความจำพวกข่าวต่างๆ สำหรับการเขียนที่มีอายุการใช้งานได้นานๆนั้น 
ไม่ควรระบุระยะเวลาลงไปในบทความ
- เขียนบทความขึ้นเองอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง บทความที่จะสามารถ
ทำให้บล็อกเป็นที่กล่าวขวัญก็คือ บทความที่เขียนขึ้นเองและไม่ซ้ำกับใคร
ทั้งนี้ไม่ควรคัดลอกบทความของคนอื่นมาเป็นผลงานของตนเอง 
เพราะเป็นการแสดงความไม่ซื่อสัตย์ของเจ้าของบล็อก ขาดความน่าเชื่อถือและศรัทธา
อีกทั้งเป็นการผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่หากจำเป็นต้องคัดลอกเนื้อหาของผู้อื่นมาใช้
ห้อ้างอิงที่มาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
- เขียนข่าวก่อนคนอื่น หากเป็นบล็อกรายงานข่าว ควรเขียนข่าวให้เร็วกว่าคนอื่น
เพราะจะทำให้ผู้อ่านคิดถึงบล็อกของเราเป็นอันดับแรก หากผู้อ่านต้องการอ่านข่าว
- ควรสร้างชุมชน (Community) ขึ้นบนบล็อกของผู้เขียน โดยการสร้างสัมพันธ์
กับผู้อ่านผ่านระบบแสดงความคิดเห็น (Comment) รวมถึงผู้เขียนบล็อกรายอื่นด้วย
กระทำโดยการทักทายผ่าน Comment ด้วยการขอบคุณแสดงความเป็นมิตร
- ไม่ควรเก็บรูปภาพลามกอนาจาร หรือเนื้อหาวีดีโอต่างๆที่ไม่เหมาะสม เก็บไฟล์เพลง 
ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ให้ Download หรือแจก Serial Number
ที่ผิดกฎหมาย หรือเขียนข้อความพาดพิงถึงผู้อื่นอันเป็นการหมิ่นประมาท 
สร้างความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ผู้อื่น

7.เนื้อหาของบล็อกมีลักษณะใดบ้าง

เนื้อหาของบล็อกมี 2 ลักษณะ คือ
1.บทความ (Article) เช่น บทความวิเคราะห์วิจารณ์, บทความวิชาการ เป็นต้น
2.บันทึกส่วนตัว (Diary)

8.จงอธิบายขั้นตอนการเขียนบทความ

1.เลือก เรื่องที่จะเขียน ควรเป็นเรื่องที่ผู้เขียนและผู้อ่านสนใจ มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน
ทันสมัย เป็นเรื่องที่ผู้เขียนมีความรู้ ประสบการณ์ หากยังมีความรู้ไม่เพียงพอก็ควรจะค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติม
2.เริ่มต้นเขียน ส่วนประกอบของบทความแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
- ส่วนนำ เป็นส่วนเกริ่นก่อนเข้าเนื้อเรื่อง เพื่อชักจูงให้ผู้อ่านอยากอ่าน อยากติดตาม
- ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนที่มีปริมาณเนื้อหามากที่สุด ซึ่งต้องมีการวางโครงเรื่อง
แยกประเด็นสำคัญ ประเด็นย่อย มีการเรียงลำดับอย่างเป็นระบบ
- ส่วนสรุป ควรเป็นส่วนที่ฝากข้อคิดให้ผู้อ่าน

9.จงอธิบายวิธีการเขียนบันทึกส่วนตัว

เขียน เรียงลำดับเหตุการณ์ประจำวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำของเรา ภาษาที่ใช้ควรเป็น
ภาษาที่ผู้เขียนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว คือภาษาปาก แต่ต้องระวังเรื่องคำหยาบคาย 
ภาษาแสลง เพราะหากผู้เขียนใส่ถ้อยคำหยาบคาย ภาษาสแลง 
คำสองแง่สองง่ามไปมากเท่าไรก็จะแสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยใจคอ 
ความหยาบกระด้างของผู้เขียนมากเท่านั้น การเขียนบันทึกให้ได้อรรถรส คือ
การเขียนด้วยความรู้สึกและอารมณ์ของผู้เขียน เทคนิคการเล่นคำการใช้ภาษาจะช่วยทำให้ชวนติดตามอ่าน

10.การเขียนบันทึกส่วนตัวมีรูปแบบใดบ้าง

การ เขียนบันทึกส่วนตัวสามรถทำได้ทั้งรูปแบบบันทึกประจำวัน ซึ่งควรจะเขียนทุกวัน 
กับบันทึกการเดินทาง ซึ่งจะเขียนขึ้นเมื่อกลับจากการเดินทางท่องเที่ยวซึ่งไม่ต้องเขียนบ่อยมาก



บทที่7
1.จงหาตัวอย่างข่าวสะท้อนภัยทางอินเตอร์เน็ตมาอย่างน้อย 3 ข่าว

-รวบพระขอนแก่นหื่นแชทhi5ลวงสาวข่มขื่น
http://hilight.kapook.com/view/21288
-แชท-ลวงนร.สาว18ขืนใจยับ!
http://tnews.teenee.com/crime/4959.html
-ฝรั่งแชทออนไลน์หลอกฉกทรัพย์หญิงม่ายไทย
http://www.kik2you.com/webboard/katoo_board.asp?nokatoo=131781&tag=%BD%C3%D1%E8%A7%E1%AA%B7%CD%CD%B9%E4%C5%B9%EC%CB%C5%CD%A1%A9%A1%B7%C3%D1%BE%C2%EC%CB%AD%D4%A7%C1%E8%D2%C2%E4%B7%C2

2.จากข้อแรกจงวิเคราะห์สาเหตุและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข

สาเหตุ – เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นโลกที่มีความกว้างมาก จึงทำให้มีการพบปะกับผู้คนมากมาย
บนโลกอินเทอร์เน็ตซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อ ของผู้ไม่หวังดีได้ ถ้าเกิดความประมาท
แนวทางแก้ไข – ต้องไม่ประมาทและมีความระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ
3.จงหาตัวอย่างเว็บไซต์ที่สะท้อนถึงความมีจริยธรรมพร้อมตัวอย่าง
ที่สะท้อนความมีจริยธรรม อาทิ หน้าเว็บที่ระบุกฎ กติกา มารยาท ฯลฯ

http://www.thaidogcenter.com/VB/forumdisplay.php?f=2

4.จง บอกชื่อซอฟต์แวร์ที่เฝ้าระวังของศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต 
ซอฟต์แวร์เฝ้าระวังคำบางคำซึ่งเกี่ยวข้องหรือส่อไปในเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ มาอย่างละ 1 เว็บไซต์

http://www.netnanny.com
http://www.icthousekeeper.com

5.จงบอกชื่อซอฟต์แวร์ที่มีผลิตภัณฑ์ปกป้องบุตรหลานจากสื่ออนาจารมา 1 เว็บไซต์

http://www.cyberpatrol.com

6.จงสรุปรายละเอียดกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่มีผลกระทบต่อผู้เรียน

-ไม่ส่งต่อฟอร์เวิดร์ดอีเมลที่ได้รับมาจากบุคคลอื่นโดยไม่ทราบถึงแหล่งที่มา
-หาก ท่านพบว่าเนื้อหาในอีเมลมีความสนใจและต้องการส่งต่ออีเมลไปให้กับผู้อื่น 
ให้ตรวจสอบข้อมูลเนื้อหาในอีเมลฉบับนั้นก่อนว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดใด บ้าง
-หากพบข้อมูลในเว็บบอร์ดใดที่ไม่แน่ใจว่าเป็นความจริงหรือไม่ ห้ามนำข้อความดีงกล่าวไปโพสต์ต่อบนเว็บบอร์ดอื่น
-ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส สปายแวร์ต่างๆ และมั่นอัพเดทข้อมูลไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
-ไม่บอกชื่อสมาชิกและพาสเวิร์ดของท่านแก่ผู้อื่น


7.จงหาตัวอย่างข่าวที่สะท้อนความเข้มแข็งของสมาคมวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย

-สมาคมผู้ดูแลเว็บฯแนะเว็บข่าวตรวจสอบเว็บท่าก่อนลงเอ็มโอยู
http://www.siamsport.co.th/Sport_Other/091201_122.html

8.จงสรุปจรรยาบรรณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมาพอสังเขป
-ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น
-ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
-ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
-ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
-ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
-ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
-ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
-ต้องไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
-ต้องคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมอันติดมาจากการกระทำของท่าน
-ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพ กฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท

9.จงสรุปจริยธรรมของเว็บไซต์มาพอสังเขป

-เว็บไซต์ต้องไม่แต่งเติมเนื้อหาสาระของข้อมูลข่าวสารจนคลาดเคลื่อนหรือเกินจากความเป็นจริง
-ต้องบอกแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอกข้อความ รูปภาพ จากเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ
-การ เสนอข้อมูลข่าวสารที่มีการพาดพิงอันอาจเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือองค์กรใด ๆ 
ต้องแสดงถึงความพยายามในการเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาแสดงข้อเท็จจริง ด้วย
-ในกรณีที่มีการเสนอข้อมูลข่าวสารผิดพลาดเว็บไซต์ต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
-เว็บไซต์ ต้องไม่เสนอข้อมูลข่าวสารโดยเลื่อนลอยปราศจากแหล่งที่มาพึงระบุชื่อบุคคลที่ ให้สัมภาษณ์ 
หรือให้ข้อมูลข่าวสารอย่างเปิดเผยเว้นแต่จะมีเหตุอันควรปกปิดเพื่อสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของ 
ผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร และต้องเป็นประโยชน์ต่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของสาธารณชน
-ในการนำ เสนอข้อมูลข่าวสารหรือภาพใด ๆเว็บไซต์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 
ของบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัด
ต่อสิทธิมนุษยชนของเด็กสตรีและผู้ด้อยโอกาส
-เว็บไซต์ต้องไม่เสนอภาพที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียวโดย
ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนอย่างถี่ถ้วนเว้นแต่ภาพที่นำเสนอในเว็บไซต์นั้น
จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะและได้มีการแจ้งเตือนต่อผู้เยี่ยมชมโดยชัดเจน แล้ว
-เว็บไซต์ต้องไม่เป็นแหล่งเผยแพร่ไวรัสคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลอื่นใด
ที่เป็นการทำลายหรือสร้างความ เสียหายแก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เรียกดู
-เว็บไซต์ต้องไม่เผยแพร่ข้อมูลหรือแหล่งข้อมูลที่นำเสนอวิธีการสร้างความเสียหายแก่บุคคลอื่น
-ในการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์เว็บไซต์ต้องให้ความเที่ยงธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกพาดพิงเสมอ
-หาก เว็บไซต์ใดมีความประสงค์ในการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เรียกดูไปใช้เพื่อการใดการหนึ่ง 
เว็บไซต์นั้น ต้องแสดงประกาศไว้โดยชัดเจนถึงนโยบายเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล

10.จงอธิบายความรู้เท่าทันสื่อมาพอสังเขป

-ความเข้าใจในคุณลักษณะต่างๆของอินเทอร์เน็ต
-ความเข้าใจในบริบททางด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมืองที่แวดล้อม
การผลิตและการบริโภคสารสนเทศเนื้อหาต่างๆ
-กรอบความรู้ความเข้าใจร่วมกันในหมู่ผู้ใช้ที่ถือเป็น “คลาสสิค” ในบรรดาเว็บไซต์ทั้งหลาย
-ความสามารถผลิตเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตตลอดจนความสามารถในการตีความบริโภคและเพลิดเพลินกับอินเทอร์เน็ต





บทที่8 
1.ให้นักศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในยุคต่างๆอย่างละเอียด

ยุค คลื่นลูกที่ 1 เป็นยุคการเกษตรกรรม การสื่อสารส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการพูดคุย 
เจรจากันโดยตรงภายในกลุ่มคนที่มีขนาดเล็ก เป็นสังคมที่ไม่มีหนังสือพิมพ์ 
วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ วีเดียวที่จะส่งข่าวสารไปให้กลุ่มผู้ฟังขนาดใหญ่
จะต้องจัดตั้งหรือสร้าง กลุ่มฝูงชนขึ้นมา กลุ่มฝูงชนนับเป็นสื่อแบบมวลชนประเภทแรกสุด
ที่เกิดขึ้น แต่มีจุดอ่อนคือ อายุไม่ยาว มักจะสลายตัวไปในระยะเวลาอันสั้น
ยุคคลื่น ลูกที่ 2 ระบบเศรษฐกิจมีพื้นฐานอยู่บนการผลิตแบบมวลชน
ซึ่งมีความต้องการสื่อสารในระยะ ที่ห่างไกลมากขึ้น ทำให้เกิดไปรษณีย์ โทรเลข และโทรศัพท์
ในขณะเดียวกันโรงงานใหม่ๆ ก็ต้องการแรงงานที่มีลักษณะบุคลิกและวิธีคิดที่เหมือนๆกัน 
จึงทำให้มีการสร้างสื่อมวลชนที่มีพื้นฐานอยู่บนเทคโนโลยีขึ้นมาได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร 
ภาพยนตร์ วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อที่สามารถ
นำข่าวสารไปถึงผู้รับข่าวสารนับล้านๆคนได้ในเวลา พร้อมๆกัน
ยุคคลื่นลูกที่ 3 ระบบเศรษฐกิจหลังยุคการผลิตแบบมวลชนมีความต้องการสื่อ
ส่งข่าวสาร ความคิด สัญลักษณ์ และภาพที่มีลักษณะหลากหลายแตกต่างกันไปยังกลุ่มผู้รับ
ในยุค คลื่นลูกที่ 2 กับ ยุคคลื่นลูกที่ 3 ก็คือในยุคคลื่นลูกที่ 2 สื่อทำงานโดยอิสระแยกจากกัน
แต่ในยุคคลื่นลูกที่ 3 สื่อทำงานกันอย่างสัมพันธ์กันประสานเป็นส่วนหนึ่งของระบบใหญ่
มีการส่งข้อมูล ภาพ และ สัญลักษณ์ไปมาระหว่างสื่อแต่ละชนิด

2.แนว โน้มการเปลี่ยนแปลงใหม่ทางสังคมโลกเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารและผลของ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีด้านใดบ้าง จงอธิบาย

-เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สังคมเปลี่ยน จากสังคมอุตสาหกรรมมาเป็นสังคมสารสนเทศ
-เทคโนโลยีสาสนเทศเป็นเทคโนโลยีแบบสุรทรียสัมผัส และตอบสนองตามความต้องการ 
ซึ่งการใช้เทคโนโลยีปัจจุบันเป็นแบบบังคับ
-เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดสภาพทางการทำงานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา 
เมื่อการสื่อสารแบบสองทางก้าวหน้าและแพร่หลายขึ้น
-เทคโนโลยี สารสนเทศทำให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลกความ
เกี่ยวโยงของเครือข่ายสารสนเทศทำให้เกิดสังคมโลกาภิวัตน์
-เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้องค์กรมีลักษณะผูกพัน หน่วยงานภายในเป็นเครือข่ายมากขึ้น
-เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาวขึ้น
-เทคโนโลยี สารสนเทศเป็นเทคโนโลยีเดียว ที่มีบทบาทที่สำคัญในทุกวงการ
ดังนั้นจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองได้อย่างมาก

3.จงอธิบายแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจากอดีตถึงปัจจุบัน

เมื่อ 130 กว่าปีที่แล้วระบบการสื่อสารในรูปแบบโทรเลขนับว่าเป็นยุคแรกที่เข้ามาในประเทศไทย 
แต่ในปัจจุบันโลกของการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก 
ซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยความสามรถของซอฟต์แวร์ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลง
โฉมหน้าของการสื่อสาร ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

4.จงอธิบายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในแต่ละด้านอย่างละเอียด

4.1 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการศึกษา
-มี การสอนโดยใช้สื่อผสม ใช้วีดิโอคอนเฟอเร้นทซ์แก้ปัญหาการขาดแคลนอาจารย์ผู้สอน
และขยายโอกาสไปยัง ท้องถิ่นห่างไกล การเรียนการสอนแบบ E-Learning
ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสื่อช่วยสอนในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ 
ซึ่งช่วยให้การจัดการเรียนการสอนมีความทันสมัยและค้นคว้าหาข้อมูลได้อย่าง รวดเร็วมากขึ้น
4.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข
-ทำ ระเบียนประวัติผู้ป่วย การเข้ารับการรักษา การสั่งยา การออกใบนัดหมาย 
ช่วยให้แพทย์สืบค้นข้อมูลย้อนหลังของผู้ป่วยจากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของแพทย์ 
เองทำให้ทราบข้อมูลก่อนการรักษาด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
4.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
-การ สั่งซื้อขายสินค้าออนไลน์ การฝากเงินถอนเงิน ในธนาคารหรือการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ
ส่วนงานภาครัฐในปัจจุบันเป็นบริการแบบจบที่จุดเดียว เช่น การทำบัตรประชาชน 
การทำใบขับขี่ การแจ้งเกิดแจ้งตาย ฯลฯ ในงานด้านสังคมใช้เทคโนโลยีการพัฒนาสภาพสังคม
ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น การมอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนในชนบทที่อยู่ห่างไกล
4.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการออกแบบเกม ผลิตภัณฑ์ ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์
-ใน ปัจจุบันงานด้านนี้ จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบ 
โปรแกรมการออกแบบได้พัฒนาขึ้นมากจนทำให้การออกแบบงานต่างๆเสมือนจริงมาก
4.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านการสื่อสาร
-การ สื่อสารในปัจจุบันได้พัฒนาไปจากในอดีตมาก จากที่เคยส่งโทรเลข จดหมาย 
ก็พัฒนามาเป็นโทรศัพท์ และ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบรรจุข้อความได้จำนวนมาก 
มีระบบจัดเก็บข้อมูล มีระบบสนทนาแบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาไปถึง
ระดับการเห็นหน้ากันระหว่างสนทนาโดยผ่านกล้องที่ ติดอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์

5.นวัตกรรมหมายถึงอะไร มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

หมาย ถึง ความคิดวิธีปฏิบัติ วัตถุหรือสิ่งของที่ใหม่ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อนหรือการทำสิ่งใหม่ๆ 
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
-การพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารจะช่วยให้มนุษย์สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
ขึ้นมาได้ ทำให้สามารถติดต่อสื่อสาร และมีการแลกเปลี่ยนสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความแม่นยำในการประมวลผล สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

6.คุณสมบัติ ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี 
อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ประกอบด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง

-การรวมตัวกันของเทคโนโลยี
-ต้นทุนที่ถูกลง
-การพัฒนาอุปกรณ์ที่เล็กลง
-การพกพาและเคลื่อนที่
-การประมวลผลที่ดีขึ้น
-การใช้งานที่ง่าย
-การเปลี่ยนจากอะตอมเป็นบิต
-สื่อผสม
-เวลาและภูมิศาสตร์

7.จงสรุปแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เกิดขึ้นในปัจจุบันต่อเนื่องไปถึงอนาคต

ใน อนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าคาดการณ์ได้ว่าคอมพิวเตอร์จะมีบทบาทต่อทุกครอบครัว 
ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วไม่มีรูปทรงใหญ่ ผลิตภัณฑ์ การบริการ 
การสื่อสาร และงานทุกภาคส่วนจะมีคอมพิวเตอร์แฝงอยู่ในการทำงานอยู่แทบทั้งสิ้น

8.การสื่อสารสนเทศจะประสบผลสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับอะไร

-การให้ความสำคัญต่อการให้ข้อมูลและการรับข้อมูล โดยเปิดใจรับข้อมูลของอีกฝ่ายเสมอ
-การ ที่ในปัจจุบันมีเว็บไซต์เชิงพาณิชย์จำนวนมากที่จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็น หรือ 
ดำเนินการเลือกตั้งแบบจำลองขึ้น เพื่อก่อให้เกิดการรวมตัวกันของผู้ที่มีความคิดเห็นร่วมกัน
-ในเว็บไซต์ประเภทชุมชนออนไลน์มักมีการจัดแบ่งกลุ่มสนทนาออกตามประเภทความสนใจ

9.อะไรเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

การ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทางที่ผิด เช่น ให้ข่าวสารข้อมูลเท็จ 
มีการโจรกรรมข้อมูล การก่อกวนระบบอินเทอร์เน็ต การก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ 
เมื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อไปในทางที่ผิดแล้ว การพัฒนาก็ไม่สามารถดำเนินไปต่อได้อย่างสะดวก

10.จงเปรียบเทียบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งด้านบวกและด้านลบ

-ด้าน บวก มีการพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์โยงใยมากขึ้น มีการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ดำรงชีวิตด้วยอิเล็กทรอนิกส์ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง ต่อไปคอมพิวเตอร์ก็จะสามารถฟังเสียงมนุษย์ได้ 
ตอบเป็นภาษาพูดได้ อ่านหนังสือและเขียนหนังสือได้ สามารถหาความรู้ได้ไม่สิ้นสุดไม่จำกัดเวลาและสถานที่
-ด้านลบ คนใช้สื่อจะมอมเมา หลอกลวง ให้ข่าวสารที่เป็นข้อมูลเท็จ เป็นแหล่งอบายมุข 
มีภาพลามากอนาจาร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมหลายๆประเภทตามมา




 

hi5 Games

Play hi5 Games

ดวงเนตร♥ hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 7 Entries    Add Comment

IT :) : Dec 14, 2009
ส่งงาน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1
นางสาวหัทยา อนงค์นาฏวารี
รหัสนักศึกษา 52122760234 ตอนเรียน E2


1. จงบอกความหมายของคำว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ
ตอบ หมายถึง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ การส่งผ่าน การสื่อสารสารสนเทศ
การเข้าถึงสารสารสนเทศ การรับสารสนเทศ รวมถึงการสร้างสังคมและอุตสาหกรรม ด้านสารสนเทศ
และการจัดการสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ!

2.เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วยเทคโนโลยี 2 สาขา ได้แก่อะไรบ้าง
ตอบ 1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
2.เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม

3.จงสรุปความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตอบ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำชีวิตเป็นอันมาก
เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน
สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง
สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา




4.จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้

4.1 Information คือ ข้อมูลต่างๆที่ผ่านการกลั่นกรองหรือประมวลผลเรียบร้อยแล้ว เป็นความรู้ที่จะนำไปใช้
ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์การ ตามความต้องการของผู้ใช้ในระดับต่างๆ


4.2 Information Technology or IT หมายถึง ความรู้ ในผลิตภัณฑ์หรือในกระบวนการดำเนินงานใด ๆ ที่อาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์
คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ การติดต่อสื่อสาร การรวบรวม และการนำข้อมูลมาใช้อย่างทันการ เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งทางด้านการผลิต
การบริการ การบริหาร และการดำเนินงาน รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้าน เศรษฐกิจ
การค้า และการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม

4.3 Computer Network หมายถึง การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่อง หรือตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป ผ่านตัวกลาง (เช่น สายเคเบิ้ล) เพื่อให้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถรับ-ส่งข้อมูล
ตลอดจนการนำทรัพยากรมาใช้ร่วมกันได้ และประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ของแต่ละระบบ Network ที่ได้ถูกตั้งขึ้นมา
ว่าต้องการเน้นการใช้งานระบบ Network นั้นเพื่องานใด

4.4 Multimedia หมายถึง การนำเอาสื่อการสอนหลายๆ อย่างมาสัมพันธ์กันและมีคุณค่าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันสื่อการสอนอย่างหนึ่งอาจใช้เพื่อเร้าความสนใจ
ในขณะที่อีกอย่างหนึ่งใช้เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงของเนื้อหา และอีกชนิดหนึ่งอาจใช้เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งและป้องกันการเข้าใจความหมายผิด
การใช้สื่อประสมจะช่วยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์จากประสาทสัมผัสที่ผสมผสานกันได้ค้นพบวิธีการที่จะเรียนในสิ่งที่ต้องการได้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น

4.5 Information Age หมายถึง สังคมยุคสารสนเทศ เช่นในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนเรามากขึ้น แทบทุกกิจกรรมล้วนมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น

4.6 Infrastructure หมายถึง ส่วนที่เป็นอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน ของระบบเครือข่าย อาทิ Lan Switch, Router, Wan Switch และ Gateway เป็นต้น

4.7 Management Information System or MIS หมายถึง ระบบที่ทำให้สารสนเทศที่ผู้บริหารต้องการ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะรวมทั้งสารสนเทศภายในและภายนอก
รวมทั้งสิ่งที่คาดว่าจะเป็นในอนาคต เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจในการวางแผนควบคุมและปฏิบัติการขององค์กร ได้อย่างถูกต้อง


4.8 Information Resource Management หมาย ถึง การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ คือการจัดการสารสนเทศโดยใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุคลากรในด้านคอมพิวเตอร์
และวิธีการในการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ องค์กรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

4.9 Hospital Information System or HIS คือ โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการรักษาพยาบาลในโรง พยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลทั่วไปในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
เพื่อให้โรงพยาบาลเหล่านี้ได้มีทางเลือกในการใช้โปรแกรมมากขึ้น


4.10 Computer Assisted Instruction or CAI คือ กระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ
มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และเป็นการเรียน แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้ โดยมีการพัฒนาโปรแกรมขึ้นเพื่อนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ




ครั้งที่ 2 เรื่อง ระบบสารสนเทศ

1. จงบอกความหมายของข้อมูลและสารสนเทศ
- ข้อมูล (data) หรือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อยู่ในรูปของตัวเลขหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลข้อมูล
- สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า สารสนเทศ เกิดจากการนำข้อมูล ผ่านระบบการประมวลผล คำนวณ
วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


2. จงบอกคุณสมบัติของสารสนเทศ
ตอบ 1. ความเที่ยงตรง (Accuracy) สารสนเทศขององค์การที่ดีจะต้องมีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ โดยไม่ให้มีความคลาดเคลื่อนหรือมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด
2. ทันต่อความต้องการใช้ (Timeliness) สามารถนำสารสนเทศมาใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ ใช้ข้อมูล หรือเพื่อการตัดสินใจ
3. ความสมบูรณ์ (Completeness) สารสนเทศขององค์การที่ดี จะต้องมีความสมบูรณ์ที่จะช่วยทำให้การตัดสินใจเป็นไปด้วยความถูกต้อง
4. การสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ (Relevance) สารสนเทศขององค์การที่ดี จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ที่จะนำไปใช้ในการตัดสินใจได้
5. ตรวจสอบได้ (Verifiability) สารสนเทศที่ดีควรมีคุณลักษณะที่สามารถจะตรวจสอบได้โดยเฉพาะแหล่งที่มา ทั้งนี้เพื่อให้การตัดสินใจได้เกิดความรอบคอบ
6. ความละเอียดแม่นยำ คือ สารสนเทศจะต้องมีความละเอียดแม่นยำในการวัดข้อมูล ให้ความเชื่อถือได้สูง มีรายละเอียดของข้อมูล และแหล่งที่มาของข้อมูลที่ถูกต้อง
7. คุณสมบัติเชิงปริมาณ คือความสามารถที่จะแสดงออกมาในรูปของตัวเลขได้ และสามารถเปรียบเทียบในเชิงปริมาณได้
8. ความยอมรับได้ คือ ระดับความยอมรับได้ของกลุ่มผู้ใช้สารสนเทศอย่างเดียวกัน
9. การใช้ได้ง่าย คือ ความสามารถนำไปใช้งานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทั้งในส่วนของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน
10.ความไม่ลำเอียง ไม่ปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง หรือแสดงข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริง
11.ชัดเจน สารสนเทศจะต้องมีความคลุมเครือน้อยที่สุด สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย

3. ระบบหมายถึงอะไรมีกี่ประเภท
ตอบ ระบบ คือ สิ่งซึ่งประกอบขึ้นด้วยองค์ประกอบหรือหน่วยย่อยที่มีความสัมพันธ์กันและทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
ประเภทของระบบมี 6 ประเภท ได้แก่
- ระบบเชิงกายภาพและระบบเชิงแนวคิด
- ระบบธรรมชาติและระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น
- ระบบทางสังคม ระบบคนและระบบเครื่องจักร
- ระบบเปิดและระบบปิด
- ระบบคงที่และระบบไม่คงที่
- ระบบปรับตัวเองได้และระบบที่ปรับตัวเองไม่ได้

4. องค์ประกอบของระบบประกอบด้วยอะไรบ้าง
ตอบ - ส่วนนำเข้า ( Input)
- ส่วนกระบานการ ( Processing )
- ส่วนผลลัพธ์ ( Output )
- ส่วนป้อนกลับ ( Feedback )

5. จงวิเคราะห์แตกต่างของโครงสร้างระบบสารสนเทศทั้ง 2 แนวทาง
ตอบ โครงสร้างระบบสารสนเทศแบ่งตามระบบการบริหารนั้นจะมีโครงสร้างซึ่งยึดจากการทำงาน ของหน่วยงานต่างๆในองค์กรซึ่งมีด้วยกัน 3 ระดับ คือ การบริหารระดับสูง การบริหารระดับกลาง การบริหารระดับล่าง
แตกต่างกับโครงสร้างระบบสารสนเทศแบ่งตามแหล่งที่มาของข้อมูลซึ่งจะนำ ข้อมูลที่ได้จาการประมวลผลนั้นมายึดเป็นหลักในการแบ่งโครงสร้าง

6. โครงสร้างระบบสารสนเทศแบ่งตามระบบการบริหารได้กี่ระดับ อะไรบ้าง
ตอบ แบ่งได้ 3 ระดับ 1) การบริหารระดับสูง เรียกว่า ระดับกลยุทธ์ เน้นการวางแผนระยะยาว 3 - 5ปี
2) การบริหารระดับกลาง เรียกว่า ระดับกลวิธี แผนดำเนินการ 1 ปี
3) การบริหารระดับล่าง เรียกว่า ระดับความคุมงาน เน้นการปฏิบัติงานตามแผน

7. การพัฒนาระบบกระทำได้อย่างไรบ้าง
ตอบ - ซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้เหมาะสำหรับงานที่มีลักษณะการทำงานมาตรฐาน
ได้แก่ ซอฟต์แวร์ตารางคำนวณใช้สำหรับจัดทำตารางคำนวณค่าต่างๆ
ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลเพื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ
ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำใช้สำหรับการพิมพ์จดหมาย รายงานหรือเอกสารต่างๆ
- จ้างบริษัทซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรมให้
- พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใช้เอง
ได้แก่ พัฒนาโดยเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ พัฒนาโดยผู้ใช้ระบบ

8. จงอธิบายคำว่า Information system
ตอบ หมายถึง ระบบสารสนเทศ คือ ระบบ ของการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล โดยอาศัยบุคคลและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการ
9. จงอธิบายคำว่า Management Information system
ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System) หรือ MIS คือระบบที่ให้สารสนเทศที่ผู้บริหารต้องการ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยจะรวมทั้งสารสนเทศจากภายในและภายนอก สารสนเทศที่เกี่ยวพันกับองค์กรทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งสิ่งที่คาดวาจะเป็นในอนาคต เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจในการวางแผนการควบคุม

10. จงอธิบายคำว่า Processing ในองค์ประกอบของระบบ
ตอบ เป็นส่วนซึ่งทำหน้าที่แปรสภาพหรือประมวลผล โดยอาศัย Input ของระบบ แปรสภาพให้เป็นผลลัพธ์ที่ต้องการ

Applications

Browse Applications

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

ดวงเนตร♥ has no unwrapped gifts.
 

Comments   |   View All Entries   |   Send a Blast Card

Leave a comment for ดวงเนตร♥

Feb 9 12:15 AM
 
น้อง สาว ไช้ คอนซิลเลอร์ ยี่ห้ออรัย ค๊า

ปากสีสวย อ่ะ
แล้วสีทาปากอ่า

เม้นกับมาบอกพี่หน่อยน๊า
คถ.
 
Feb 8 4:42 AM
 
ฝันดีค่ะพี่เนตร*

:))
 
 
Feb 8 2:06 AM
 
กลับมาเร็วๆหน่อยจิ

เค้าคิดถึง งะ

เดินคนเดียวเหงา

^^
 
Feb 8 1:50 AM
 
พี่ดวงงงงงงงง

^____________________^
 
Feb 7 11:56 PM
 
อ่ะนะ ดูเพียวแต่
เจ็บมากมาย ทรมาณโคตรๆๆอ่ะ

แล้วนี่มึงอยู่ไหนแล้ว
รูปโปรแสงสวยนะจ๊ะ
555555555555555555**.**
 
Feb 7 9:29 PM
 
เม้นแร้วว

มาเม้นคืนกู โลดด
 
Feb 7 8:36 PM
 
กวนตีน !!!

เด๋วจะโดน

รักนะ จุ๊ฟๆ♥
 
Feb 7 7:44 PM
 
เปนห่วงจิงป่ะ มาหาสิ๊ 555 ..

ไม่เปนไรล่ะ
 
Feb 7 11:03 AM
 
ดวงเนตร ร รร ร
ฝานดี ผีกัดตูดด ด ดด ;p
 
Feb 7 9:33 AM
 
เคยนอนบ่อยแล้ว

เบื่อแล้ว หุหุ
 
Feb 7 9:29 AM
 
ล้อเล่น --"

๕๕
 
Feb 7 9:28 AM
 
คิดถึงแทบขาดจัยยยย

๕๕

อยู่บ้านป่าวว
เด๋วเดินไปหาา
 
Feb 7 9:05 AM
 
ดูบอลอีกตามเคย 555
 
Feb 7 9:05 AM
 
อ.นี้เค้ากลับบ้านนะ ^^
เดี๋ยวไปหานะจ๊ะ หัทยา ❤
 
Feb 7 8:54 AM
 
ค๊วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!
 
 
Feb 7 8:48 AM
 
ก้อกลับไปแค่ตอนกีฬาสีนั่นแหละ

แล้วเนตรไปบ่อยหรอ
 
 
Feb 7 8:38 AM
 
เมื่อไหร่ที่ขาด ถึงจะโหยหา!!

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks